สถิติ

เปิดเว็บ12/02/2010
อัพเดท26/07/2010
ผู้เข้าชม32,608
เปิดเพจ45,482

การรับประกัน

ประวัติพระเครื่อง

ปฎิทิน

« July 2014»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

Alternative content

iGetWeb.com

พระสมเด็จบางขุนพรม


พระสมเด็จบางขุนพรม
ผู้สร้าง
"เสมียนตราช้าง" ผู้เป็นต้นตระกูล "ธนโกเศศ" โดยได้นิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากวัดระฆัง เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมปลุกเสกโดยได้บรรจุลงกรุไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ ณ วัดใหม่อมตรส เมื่อ พ.ศ.2413 จำนวน 84,000 องค์
ศิลปสกุลช่าง
สกุลช่างสิบหมู่ ช่างหลวง ยุครัตนโกสินทร์ ควบคุมการสร้างโดย หลวงวิจารเจียรนัย
 
อายุการสร้าง
สร้างประมาณปี พ.ศ.2413 ก่อนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มรณภาพ 2 ปี
 
องค์ประกอบพระ
มีการรวบรวมผงพุทธคุณต่าง ๆ และผงอันเป็นมงคล ผสมรวมกัน เช่นเดียวกับพระสมเด็จวัดระฆัง โดยมีปูนเปลือกหอยเป็นวัสดุหลัก ที่มีเนื้อหามวลสารต่างจากสมเด็จวัดระฆัง เพราะว่าเป็นการสร้างต่างวาระ อายุการสร้างต่างกัน และจำนวนสูตรผสมที่แตกต่างกันด้วย
 
ลักษณะวรรณะพระ
เป็นพระเนื้อผงสีขาว มีทั้งเนื้อหยาบและละเอียด ถ้าขึ้นจากกรุก่อนจะมีคราบกรุน้อย
ถ้าขึ้นภายหลังจะมีคราบมาก จับตามองค์พระ คราบกรุจะมีลักษณะคล้ายฟองเต้าหู้แข็งหลุดล่อนได้ยาก
 
พุทธลักษณะ
เป็นพระปางสมาธินั่งประทับบนฐานสามชั้นภายในเส้นซุ้มครอบแก้ว ลักษณะโดยรวมเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 2.2 ซม X 3.5 ซม
 
จำแนกพิมพ์
พระสมเด็จบางขุนพรหม มีพิมพ์ที่รู้จักกันทั่วไป 9 พิมพ์คือ 
1. พระพิมพ์ใหญ่ หรือพิมพ์พระประธาน
2. พระพิมพ์เส้นด้าย
3. พระพิมพ์ทรงเจดีย์ 
4. พระพิมพ์ฐานแซม 
5. พระพิมพ์เกศบัวตูม 
6. พระพิมพ์สังฆาฏิ พระพิมพ์นี้ยังแบ่งออกเป็น
      6.1 พระพิมพ์สังฆาฏิ มีหู
      6.2 พระพิมพ์สังฆาฏิ ไม่มีหู
7. พระพิมพ์อกครุฑ
 8. พระพิมพ์ฐานคู่
9. พระพิม์ปรกโพธิ์ พระพิมพ์นี้มีจำนวนน้อยที่สุด ทำให้ค่อนข้างขาดความนิยมไป มีผลทำให้มีราคาค่านิยมน้อยที่สุดด้วย ด้านหลังองค์พระ พระสมเด็จบางขุนพรหม มีด้านหลังเรียบเหมือนพระวัดระฆัง ในองค์ที่ได้ตอนเปิดกรุ ปี พ.ศ. 2500 และยังสมบูรณ์อยู่ จะมีตรายางของวัดประทับให้เห็น
 
ข้อมูลพิเศษ
เนื่องจากพระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นพระที่มีการบรรจุกรุตามคติความเชื่อของผู้สร้าง ทำให้องค์พระปรากฏคราบกรุจับทุกองค์ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่ในกร ุเนื่องจากมีการลับลอบขุดกรุ และเปิดกรุถึง 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ.2485 เนื่องจากมีอุทกภัยครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯ พระที่ขุดในครั้งนี้จะมีคราบกรุจับน้อย เรียกว่า พระกรุเก่า ส่วนพระที่ได้จากการเปิดกรุอย่างเป็นทางการครั้งใหญ่ในปีพ.ศ. 2500 นั้น จะมีคราบกรุจับหนา อันเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของปูนเปลือกหอย เมื่อได้รับความชื้นสูง พระที่ได้ในครั้งนี้จึงถูกเรียกว่าพระกรุใหม่ และเนื่องจากพระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นพระที่ได้รับความนิยมอย่างมากรอง จากพระสมเด็จวัดระฆังจึงทำให้มีการทำเทียมกันมาก โดยอาศัยน้ำยาจากสารเคมีสร้างคราบขี้กรุ เพื่อปิดบังองค์พระทำให้ยากต่อการพิจารณา นับเป็นสิ่งที่ทุกท่านพึงระวัง
view
view